Come & Cure Consultant

Odoo ERP คืออะไร? คู่มือฉบับเข้าใจง่ายสำหรับธุรกิจไทย

อธิบาย Odoo ERP ตั้งแต่พื้นฐาน โครงสร้างโมดูล ความต่างจากโปรแกรมบัญชีทั่วไป ข้อดี ข้อจำกัด และธุรกิจแบบไหนที่เหมาะกับ Odoo จริง ๆ

พื้นฐาน Odoo อ่าน ~19 นาทีโดย ทีมงาน Come & Cure Consultant

ถ้าคุณกำลังหาข้อมูลเรื่อง Odoo ERP อยู่ แปลว่าธุรกิจของคุณน่าจะโตถึงจุดที่ Excel เริ่มเอาไม่อยู่แล้ว บทความนี้จะอธิบายว่า Odoo คืออะไร ทำงานอย่างไร และเหมาะกับใคร โดยเขียนจากมุมของคนที่วางระบบให้ธุรกิจไทยจริง ไม่ใช่แค่แปลโบรชัวร์

บทความนี้เน้นความเข้าใจพื้นฐานและเรื่องที่คนใหม่มักสะดุด เช่น วงจรเวอร์ชัน คำศัพท์ และความเข้าใจผิด ถ้าอยากดูรายละเอียดของแต่ละโมดูลว่าทำอะไรได้บ้าง ไปที่หน้า Odoo ERP คืออะไร ฉบับสมบูรณ์ ซึ่งแจกแจงไว้ครบทุกโมดูล

Odoo คืออะไร

Odoo คือชุดซอฟต์แวร์บริหารธุรกิจแบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ที่พัฒนาโดยบริษัท Odoo S.A. จากประเทศเบลเยียม จุดเด่นคือเป็น โอเพนซอร์ส และออกแบบเป็น “โมดูล” ที่ประกอบกันได้

แทนที่จะซื้อโปรแกรมบัญชีหนึ่งตัว โปรแกรมสต๊อกอีกตัว แล้วมานั่งคีย์ข้อมูลซ้ำ Odoo ให้คุณเปิดใช้เฉพาะโมดูลที่ต้องการบนฐานข้อมูลเดียวกัน เมื่อธุรกิจโตค่อยเปิดโมดูลเพิ่ม โดยไม่ต้องย้ายระบบใหม่

โมดูลที่ธุรกิจไทยเปิดใช้บ่อยที่สุดได้แก่

  • Sales ใบเสนอราคาและใบสั่งขาย
  • CRM ติดตามลูกค้าเป้าหมายและไปป์ไลน์
  • Inventory คลังสินค้าและการเคลื่อนไหวสต๊อก
  • Purchase ขอซื้อและใบสั่งซื้อ
  • Accounting บัญชีแยกประเภท ภาษี และงบการเงิน
  • Manufacturing สูตรการผลิตและใบสั่งผลิต
  • Point of Sale ขายหน้าร้าน
  • HR ทะเบียนพนักงาน ลา และลงเวลา

ต่างจากโปรแกรมบัญชีทั่วไปอย่างไร

นี่คือคำถามที่เจอบ่อยที่สุด และคำตอบอยู่ที่คำว่า “ข้อมูลไหลต่อกัน”

โปรแกรมบัญชีทั่วไปมองธุรกิจจากมุมเอกสาร คุณคีย์ใบกำกับภาษีเข้าไป ระบบก็ลงบัญชีให้ แต่มันไม่รู้ว่าของออกจากคลังหรือยัง ใครเป็นคนขาย และกำไรจริงต่อสินค้าตัวนั้นเท่าไร

ใน Odoo กระบวนการหนึ่งรอบจะเป็นแบบนี้

  1. เซลล์สร้างใบเสนอราคาจากข้อมูลลูกค้าใน CRM
  2. ลูกค้ากดยืนยันผ่านลิงก์ กลายเป็นใบสั่งขายอัตโนมัติ
  3. คลังเห็นงานจัดของทันที ตัดสต๊อกเมื่อยืนยันการส่ง
  4. บัญชีออกใบกำกับภาษีจากใบสั่งขายเดิม ไม่ต้องคีย์ซ้ำ
  5. เมื่อรับชำระ ระบบตัดลูกหนี้และกระทบยอดธนาคาร
  6. ผู้บริหารเปิดแดชบอร์ดเห็นยอดขาย ต้นทุน และกำไรทันที

ทุกขั้นตอนอ้างอิงเอกสารเดียวกัน ทำให้ตัวเลขไม่มีทางไม่ตรงกันระหว่างแผนก และเวลาปิดงบก็สั้นลงมาก เพราะบัญชีไม่ต้องไล่ตามเอกสารจากคนอื่น

เวอร์ชันและวงจรการอัปเกรด — เรื่องที่ควรรู้ก่อนเซ็นสัญญา

ซอฟต์แวร์นี้เริ่มต้นในชื่อ TinyERP เปลี่ยนเป็น OpenERP แล้วมาเป็น Odoo ในปี 2557 คู่มือเก่าที่ยังใช้ชื่อ OpenERP จึงเป็นเรื่องเดียวกัน แต่เนื้อหาที่เก่ากว่าสิบปีมักใช้กับเวอร์ชันปัจจุบันไม่ได้แล้ว

Odoo ออกเวอร์ชันใหญ่ปีละครั้ง ทุกเดือนตุลาคม และ รองรับเฉพาะ 3 เวอร์ชันล่าสุด เท่านั้น

เวอร์ชัน ออกเมื่อ สถานะ ณ ก.ย. 2569
Odoo 16 2565 หมดการรองรับมาตรฐานแล้ว
Odoo 17 2566 ยังรองรับ (ใกล้หมด)
Odoo 18 2567 ยังรองรับ
Odoo 19 2568 ยังรองรับ เวอร์ชันล่าสุด
Odoo 20 คาดว่า ต.ค. 2569 กำลังจะออก

สิ่งที่ตารางนี้บอกและคนมักไม่ได้คิดตอนเริ่มโครงการ

  1. อายุการรองรับราว 3 ปี ถ้าเริ่มโครงการวันนี้ด้วยเวอร์ชันเก่ากว่าล่าสุด คุณกำลังเสียเวลารองรับไปฟรี ๆ หนึ่งถึงสองปี ให้เริ่มที่เวอร์ชันล่าสุดเสมอ เว้นแต่มีเหตุผลชัดเจน
  2. การอัปเกรดคืองานจริง ไม่ใช่การกดปุ่ม โดยเฉพาะถ้ามีโมดูลที่พัฒนาเอง ต้องกันงบและเวลาไว้ทุก 2–3 ปี ควรถามผู้ให้บริการตั้งแต่ก่อนเซ็นว่ารวมอยู่ในค่าดูแลหรือคิดแยก
  3. โมดูล OCA มักตามช้ากว่าหลายเดือน ถ้าโครงการคุณต้องพึ่งโมดูลไทยจาก OCA ให้เช็กก่อนว่ามี branch ของเวอร์ชันที่จะใช้ครบหรือยัง
  4. ถ้าอยู่บนเวอร์ชันที่หมดการรองรับ จะไม่ได้รับแพตช์ความปลอดภัย ซึ่งเป็นความเสี่ยงจริง ไม่ใช่แค่เรื่องฟีเจอร์

ถ้าคุณกำลังจะเริ่มโครงการช่วงปลายปีนี้ ควรคุยกับผู้ให้บริการว่าจะเริ่มที่ 19 หรือรอ 20 ซึ่งขึ้นกับว่าโมดูลที่ต้องใช้พร้อมเมื่อไร

ข้างในทำงานอย่างไร และทำไมผู้ซื้อควรรู้

ไม่ต้องเป็นนักพัฒนาก็ควรเข้าใจสามอย่างนี้ เพราะมันอธิบายว่าทำไม Odoo ถึงปรับแต่งได้ลึกและทำไมการอัปเกรดถึงมีต้นทุน

เขียนด้วย Python ใช้ฐานข้อมูล PostgreSQL ทั้งสองอย่างเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานที่หาคนทำได้ในไทย ไม่ใช่ภาษาเฉพาะของผู้ผลิตรายเดียว ข้อนี้แปลว่าคุณเปลี่ยนทีมดูแลได้จริง

ทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ทั้งหมด ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมที่เครื่องผู้ใช้ อัปเดตที่เซิร์ฟเวอร์ที่เดียวแล้วทุกคนได้พร้อมกัน

โมดูลเขียนทับกันได้แบบซ้อนชั้น โมดูลที่พัฒนาเพิ่มไม่ได้แก้โค้ดหลัก แต่ประกาศทับเฉพาะส่วนที่ต้องการเปลี่ยน นี่คือเหตุผลที่ปรับแต่งได้ลึกโดยไม่พังของเดิม และเป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้การอัปเกรดมีต้นทุน เพราะเมื่อโค้ดหลักเปลี่ยน ส่วนที่ทับไว้อาจไม่ตรงอีกต่อไป

หลักที่ตามมาคือ ยิ่งพัฒนาเพิ่มมาก ค่าอัปเกรดยิ่งแพง ซึ่งเป็นเหตุผลที่คำแนะนำมาตรฐานคือใช้กระบวนการมาตรฐานให้มากที่สุด แล้วปรับเฉพาะจุดที่เป็นความได้เปรียบทางธุรกิจจริง ๆ

Community กับ Enterprise ต่างกันตรงไหน

Odoo มีสองเวอร์ชันหลัก

Odoo Community เป็นโอเพนซอร์สภายใต้สัญญาอนุญาต LGPL v3 ใช้งานได้โดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์ มีโมดูลหลักครบทั้งขาย ซื้อ สต๊อก ผลิต และบัญชีพื้นฐาน

Odoo Enterprise เป็นเวอร์ชันเชิงพาณิชย์แบบสมัครสมาชิก เพิ่มฟีเจอร์อย่างบัญชีเต็มรูปแบบ การกระทบยอดธนาคารอัตโนมัติ Odoo Studio สำหรับปรับหน้าจอเอง แอปมือถือ และบริการอัปเกรดเวอร์ชันจาก Odoo S.A. โดยตรง

การเลือกไม่ได้ขึ้นกับงบอย่างเดียว แต่ขึ้นกับว่าคุณยอมลงทุนพัฒนาส่วนที่ขาดเองหรือไม่ เราเขียนเปรียบเทียบละเอียดไว้ที่ Odoo Community vs Enterprise

ข้อดีของ Odoo ที่เห็นผลจริงกับธุรกิจไทย

เริ่มเล็กแล้วขยายได้ คุณไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งระบบตั้งแต่วันแรก หลายลูกค้าเริ่มจากขาย-คลัง ก่อน แล้วค่อยเพิ่มบัญชีในเฟสสอง ทำให้ความเสี่ยงและงบประมาณกระจายออกไป

ปรับแต่งได้ลึก เพราะเป็นโอเพนซอร์ส คุณจึงแก้ฟอร์ม เพิ่มฟิลด์ เขียนรายงาน หรือสร้างเวิร์กโฟลว์อนุมัติเฉพาะบริษัทได้ ซึ่งสำคัญมากกับธุรกิจไทยที่มักมีวิธีทำงานเฉพาะตัว

ไม่ผูกขาดผู้ให้บริการ ซอร์สโค้ดและฐานข้อมูลเป็นของคุณ ถ้าวันหนึ่งอยากเปลี่ยนทีมดูแล คุณย้ายได้โดยไม่เสียข้อมูล ต่างจากระบบปิดที่ย้ายทีไรต้องเริ่มใหม่

ต้นทุนต่อผู้ใช้สมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับ ERP ระดับองค์กรอย่าง SAP หรือ Oracle ค่าใช้จ่ายรวมของ Odoo อยู่ในระดับที่ SME ไทยเอื้อมถึง

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

เราคิดว่าการบอกข้อจำกัดตรง ๆ มีประโยชน์กว่าการขายฝัน

ต้องปรับให้เข้ากับภาษีไทยเสมอ Odoo มาตรฐานไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกฎหมายไทยโดยเฉพาะ เรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย หนังสือรับรอง 50 ทวิ และรูปแบบใบกำกับภาษีตามประกาศกรมสรรพากร ต้องตั้งค่าและปรับเอกสารเพิ่ม อ่านรายละเอียดที่ Odoo กับภาษีไทย

การอัปเกรดข้ามเวอร์ชันมีต้นทุน Odoo ออกเวอร์ชันใหม่ทุกปี ถ้าคุณพัฒนาโมดูลเพิ่มไว้เยอะ การอัปเกรดต้องทดสอบและแก้โค้ด ควรวางแผนงบส่วนนี้ไว้ล่วงหน้า

ความสำเร็จขึ้นกับคนมากกว่าซอฟต์แวร์ โครงการ ERP ที่ล้มเหลวส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเพราะโปรแกรมไม่ดี แต่ล้มเพราะทีมงานไม่ยอมเปลี่ยนวิธีทำงาน หรือผู้บริหารไม่ให้เวลากับโครงการ

ต้องมีคนดูแลระบบ ไม่ว่าจะเป็นทีมภายในหรือพาร์ตเนอร์ภายนอก คุณต้องมีคนที่รับผิดชอบเรื่องสำรองข้อมูล ความปลอดภัย และการแก้ปัญหา

อภิธานศัพท์ Odoo ที่คนใหม่สะดุดบ่อยที่สุด

คำเหล่านี้ทำให้คุยกับผู้ให้บริการแล้วเข้าใจไม่ตรงกันบ่อยมาก

คำ หมายถึงอะไรจริง ๆ จุดที่มักเข้าใจผิด
App / Module หน่วยฟังก์ชันที่เปิดปิดได้ App ที่เห็นบนหน้าจอหนึ่งตัว จริง ๆ ประกอบด้วยหลาย module ข้างใน
Company นิติบุคคลในระบบ คนละเรื่องกับสาขาหรือคลัง หลายสาขาไม่จำเป็นต้องหลาย company
Warehouse / Location คลัง กับ ตำแหน่งเก็บย่อยในคลัง Location ไม่ใช่แค่ชั้นวาง แต่รวมตำแหน่งเสมือนอย่างของเสียหรือระหว่างทาง
Journal สมุดบัญชีที่จัดกลุ่มรายการ ไม่ใช่ผังบัญชี แต่เป็นตัวจัดกลุ่มว่ารายการมาจากช่องทางไหน
Fiscal Position กติกาสลับชุดภาษีอัตโนมัติ ไม่ใช่รอบบัญชี คนสับสนกับ Fiscal Year บ่อยมาก
Product Variant สินค้าตัวเดียวหลายรุ่น เช่น สี ขนาด ต่างจากการสร้างสินค้าแยกตัว ซึ่งกระทบการนับสต๊อกและรายงาน
UoM หน่วยนับ พร้อมตัวแปลงระหว่างหน่วย ถ้าไม่ตั้งตัวแปลง ซื้อเป็นลังขายเป็นชิ้นจะเพี้ยนทันที
Route เส้นทางการเคลื่อนไหวของสินค้า ตัวกำหนดว่าของเดินกี่ขั้นตอน ไม่ใช่เส้นทางรถส่งของ
Studio เครื่องมือปรับหน้าจอโดยไม่เขียนโค้ด อยู่ในแพลน Custom เท่านั้น ไม่ได้มาทุกแพลน
External ID รหัสอ้างอิงสำหรับนำเข้าข้อมูล ไม่ใช่รหัสสินค้าหรือรหัสลูกค้าที่ธุรกิจใช้

สองคำที่ทำให้เสียเงินมากที่สุดถ้าเข้าใจผิด คือ Company กับ Product Variant เพราะถ้าออกแบบผิดตั้งแต่ต้น การแก้ทีหลังแปลว่าต้องย้ายข้อมูลใหม่ทั้งก้อน

หกความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

“Odoo ฟรี” — ตัวซอฟต์แวร์ Community ไม่มีค่าลิขสิทธิ์จริง แต่ต้นทุนโครงการอยู่ที่การวางระบบ พัฒนาเพิ่ม ย้ายข้อมูล อบรม และดูแล ซึ่งไม่ฟรี ดู โครงสร้างต้นทุนทั้ง 7 ก้อน

“ติดตั้งแล้วใช้ได้เลย” — ติดตั้งใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงจริง แต่การตั้งค่าให้ตรงกับธุรกิจและกฎหมายไทยเป็นงานหลักสัปดาห์ถึงหลักเดือน

“รองรับภาษาไทยแล้ว” — แปลหน้าจอเป็นไทยแล้วจริง แต่คนละเรื่องกับการรองรับภาษีไทย ซึ่งต้องทำเพิ่มทั้งหมด ดู ตั้งค่า Odoo ให้รองรับภาษีไทย

“Enterprise ได้ทุกอย่าง” — แพลน Standard ไม่มี Studio ไม่มี multi-company และ ติดตั้งโมดูลที่พัฒนาเองไม่ได้ ซึ่งแปลว่าทำงานภาษีไทยไม่ได้ ต้องใช้แพลน Custom

“เปิดโมดูลเยอะ ๆ ไว้ก่อน เผื่อได้ใช้” — ทุกโมดูลที่เปิดเพิ่มความซับซ้อนของหน้าจอและการทดสอบ เปิดเฉพาะที่ใช้จริง ปิดที่เหลือไว้ก่อน

“เปลี่ยนมาใช้แล้วจะเร็วขึ้นทันที” — สองถึงสี่สัปดาห์แรกทีมจะช้าลงเป็นเรื่องปกติ ควรสื่อสารล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เข้าใจว่าระบบใหม่แย่กว่าเดิม

ธุรกิจแบบไหนที่ Odoo คุ้มที่สุด

จากประสบการณ์ของเรา Odoo ให้ผลตอบแทนชัดเจนที่สุดกับ

  • ธุรกิจ ซื้อมา-ขายไป ที่มีสินค้าหลายร้อยรายการและหลายคลัง
  • โรงงานผลิต ที่ต้องคุมต้นทุนต่อหน่วยและวางแผนวัตถุดิบ
  • ธุรกิจ บริการและโครงการ ที่ต้องรู้กำไรรายโครงการ
  • ค้าปลีกหลายสาขา ที่ต้องการสต๊อกกลางร่วมกัน
  • ธุรกิจที่มี ทีมขายเกิน 3 คน และเริ่มคุมไปป์ไลน์ไม่อยู่

ในทางกลับกัน ถ้าคุณเป็นร้านเดี่ยวที่ออกบิลวันละไม่กี่ใบและไม่มีสต๊อก โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปน่าจะคุ้มกว่าในตอนนี้

เริ่มต้นอย่างไรดี

ขั้นตอนที่เราแนะนำกับลูกค้าเสมอคือ

  1. เขียนปัญหาออกมาก่อน ไม่ใช่เขียนฟีเจอร์ที่อยากได้ เช่น “ปิดงบช้า 3 สัปดาห์” หรือ “สต๊อกในระบบไม่ตรงของจริง”
  2. จัดลำดับความเจ็บ เลือก 2–3 เรื่องที่แก้แล้วเห็นผลเงินเร็วที่สุด
  3. ทดลองใช้ระบบตัวอย่าง ให้ทีมที่จะใช้จริงลองกดเอง ไม่ใช่แค่ดูเดโม โดยขอให้ผู้ให้บริการเตรียมระบบทดลองที่ใส่ ข้อมูลจริงของคุณ ลงไป แล้วเดินเคสที่ยากที่สุดของธุรกิจให้ครบ ไม่ใช่เคสมาตรฐานที่เตรียมมาให้ดูสวย ๆ
  4. วางเฟส อย่าเปิดทุกโมดูลพร้อมกันในครั้งแรก
  5. กันงบสำหรับการอบรมและการดูแลหลังใช้งาน ซึ่งเป็นส่วนที่คนมักลืม

อ่านต่อตามคำถามที่ค้างอยู่

ถ้าคุณยังสงสัยว่า อ่านต่อที่
ควรใช้ ERP หรือโปรแกรมบัญชีก็พอ โปรแกรมบัญชีออนไลน์ กับ ERP ต่างกันยังไง
ธุรกิจเราถึงเวลาหรือยัง SME ควรเริ่มใช้ ERP ตอนไหน
ใช้เงินเท่าไร ค่าใช้จ่ายวางระบบ Odoo ในไทย
Community หรือ Enterprise เปรียบเทียบสองเวอร์ชัน
เทียบกับ SAP หรือ Dynamics Odoo เทียบกับ SAP และ Dynamics
งานภาษีไทยต้องทำอะไรเพิ่ม ตั้งค่า Odoo ให้รองรับภาษีไทย
เตรียมตัวก่อนเริ่มโครงการ เช็กลิสต์ 12 ข้อ

หากอยากได้มุมมองว่าธุรกิจของคุณควรเริ่มตรงไหน ติดต่อเราเพื่อคุยกันสั้น ๆ ได้ เรายินดีบอกตรง ๆ ถ้าคิดว่ายังไม่ถึงเวลาต้องใช้ ERP

คำถามที่พบบ่อย

Odoo ใช้ฟรีได้จริงไหม?

Odoo Community เป็นโอเพนซอร์สภายใต้ LGPL v3 ดาวน์โหลดและติดตั้งใช้เองได้โดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์ แต่คุณยังต้องมีค่าเซิร์ฟเวอร์ ค่าตั้งค่าระบบ ค่าพัฒนาส่วนที่ขาด และค่าดูแลระบบ ส่วน Odoo Enterprise เป็นเวอร์ชันเชิงพาณิชย์ที่คิดค่าบริการรายผู้ใช้

Odoo เหมาะกับธุรกิจขนาดไหน?

ใช้ได้ตั้งแต่ธุรกิจ 5 คนไปจนถึงองค์กรหลายร้อยคน จุดที่คุ้มค่าที่สุดคือธุรกิจที่มีหลายแผนกต้องส่งต่อข้อมูลกัน เช่น ขาย-คลัง-บัญชี หรือมีการผลิต ถ้าเป็นร้านค้าเล็กที่ออกบิลอย่างเดียว โปรแกรมบัญชีธรรมดาอาจเพียงพอกว่า

ควรเริ่มใช้ Odoo เวอร์ชันไหน?

Odoo ออกเวอร์ชันใหม่ทุกเดือนตุลาคม และรองรับเฉพาะ 3 เวอร์ชันล่าสุด ณ กันยายน 2569 ที่รองรับคือ 17, 18 และ 19 หลักการเลือกคือ ถ้าเพิ่งเริ่มโครงการและจะขึ้นระบบภายในปีนี้ ให้เริ่มที่เวอร์ชันล่าสุดเสมอ เพราะจะได้อยู่ในช่วงรองรับนานที่สุด แต่ถ้าต้องพึ่งโมดูล OCA หลายตัว ให้เช็กก่อนว่าโมดูลที่ต้องใช้มี branch ของเวอร์ชันนั้นครบหรือยัง เพราะ OCA มักตามช้ากว่าหลายเดือน

Odoo เดิมชื่ออะไร ทำไมเจอชื่อ OpenERP ในผลค้นหา

ซอฟต์แวร์นี้เริ่มต้นในชื่อ TinyERP แล้วเปลี่ยนเป็น OpenERP ก่อนจะมาเป็น Odoo ในปี 2557 (2014) บทความและคู่มือเก่าที่ยังใช้ชื่อ OpenERP จึงเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ต้องระวังว่าเนื้อหาเก่ากว่าสิบปีมักใช้กับเวอร์ชันปัจจุบันไม่ได้แล้ว เพราะโครงสร้างเปลี่ยนไปมาก

Odoo เก็บข้อมูลบนคลาวด์หรือติดตั้งในบริษัทได้?

ได้ทั้งสองแบบ ทั้ง Odoo Online (SaaS ของ Odoo เอง) Odoo.sh (คลาวด์สำหรับนักพัฒนา) และติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณเอง (On-premise) ซึ่งเหมาะกับองค์กรที่ต้องการควบคุมข้อมูลและปรับแต่งระบบมาก

#odoo คือ#odoo erp#ระบบ erp#odoo เวอร์ชัน#odoo คำศัพท์#openerp
ทีมงาน Come & Cure Consultant

ทีมที่ปรึกษาและนักพัฒนา Odoo ของ บริษัท คัม แอนด์ เคอร์ คอนซัลแทนท์ จำกัด เราวางระบบ ERP ให้ธุรกิจไทยหลายอุตสาหกรรม และเขียนบทความเหล่านี้จากปัญหาที่เจอหน้างานจริง

คุยกับทีมงาน
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นวันนี้

คุยกับผู้เชี่ยวชาญ Odoo ก่อนตัดสินใจ

ให้เราช่วยประเมินว่าธุรกิจคุณเหมาะกับ Odoo หรือไม่ ต้องใช้โมดูลไหน และงบประมาณคร่าว ๆ เท่าไร — ปรึกษาครั้งแรกไม่มีค่าใช้จ่าย