Come & Cure Consultant

Odoo Community vs Enterprise ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนคุ้มกว่า

เทียบ Odoo Community กับ Enterprise แบบตรงไปตรงมา ทั้งฟีเจอร์ที่ต่างกันจริง กับดักแพลน Standard ที่ธุรกิจไทยมักพลาด โมดูล OCA ที่ใช้ทดแทนได้ และวิธีคำนวณจุดคุ้มทุนเอง

เลือกใช้ Odoo อ่าน ~21 นาทีโดย ทีมงาน Come & Cure Consultant

คำถามที่ลูกค้าถามเราบ่อยที่สุดในการประชุมครั้งแรกคือ “ควรใช้ Odoo ตัวฟรีหรือตัวเสียเงิน” คำตอบสั้น ๆ คือ ขึ้นกับว่าคุณจะเอาเงินไปจ่ายค่าลิขสิทธิ์ หรือเอาไปจ่ายค่าพัฒนา บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้จากข้อมูลจริง ไม่ใช่จากคำว่าฟรีหรือแพง

ก่อนอื่น: คำว่า “Enterprise” กำลังทำให้คุณสับสน

คนไทยส่วนใหญ่พูดถึง Odoo ว่ามีสองตัว คือ Community กับ Enterprise ซึ่งถูกครึ่งเดียว ความจริงมีสองแกนที่ต้องแยกจากกัน

แกนที่ 1 — ชุดโค้ด มีสองชุด คือ Community (โอเพนซอร์ส LGPL v3) และ Enterprise (ชุดโมดูลลิขสิทธิ์ที่ติดตั้งทับบน Community)

แกนที่ 2 — แพลนการสมัครสมาชิก ที่ Odoo ขาย มีสามระดับ คือ One App Free, Standard และ Custom ซึ่ง แพลนเป็นตัวกำหนดว่าคุณทำอะไรได้บ้าง ไม่ใช่แค่ว่าได้โค้ด Enterprise หรือไม่

ความสับสนนี้ทำให้เกิดข้อผิดพลาดที่แพงที่สุดข้อหนึ่งในการตั้งงบ ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป


ความต่างของสามแพลน และกับดักของ Standard

หัวข้อ One App Free Standard Custom
จำนวนแอป 1 แอป ทุกแอป ทุกแอป
ผู้ใช้ ไม่จำกัด คิดต่อผู้ใช้ คิดต่อผู้ใช้
Odoo Studio เลือกเป็นแอปเดียวได้ ไม่มี มี
Multi-company มี ไม่มี มี
External API ไม่มี ไม่มี มี
ติดตั้งโมดูลที่พัฒนาเอง ไม่ได้ ไม่ได้ ได้
ตัวเลือกโฮสติ้ง Odoo Online Odoo Online Online, Odoo.sh, on-premise

นี่คือจุดที่ธุรกิจไทยพลาดบ่อยที่สุด ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย หนังสือรับรอง 50 ทวิ รายงานภาษีตามแบบสรรพากร ฟอนต์ไทยบนเอกสาร และการเชื่อม e-Tax Invoice ทั้งหมดนี้ต้องติดตั้งโมดูลที่พัฒนาเองหรือโมดูล OCA แปลว่า แพลน Standard ทำงานเหล่านี้ไม่ได้เลย

ธุรกิจไทยที่ต้องปรับระบบให้ตรงกฎหมายไทยจึงต้องใช้ แพลน Custom หรือไม่ก็ใช้ Community บนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง การตั้งงบด้วยราคา Standard แล้วมารู้ทีหลังคือส่วนต่างที่คูณด้วยจำนวนผู้ใช้ทุกเดือนไปตลอดอายุระบบ

ราคาที่แน่นอนดูได้ที่ odoo.com/pricing โดยต้องเปิดจากประเทศไทย เพราะ Odoo ตั้งราคาตามประเทศของผู้เข้าชม และอย่าลืมว่าราคาปีแรกเป็นราคาโปรโมชันที่ต่างจากราคาต่ออายุ


ฟีเจอร์ที่ Community กับ Enterprise ต่างกันจริง ๆ

รายการด้านล่างคือส่วนที่ส่งผลกับการทำงานประจำวันของธุรกิจไทยมากที่สุด

หัวข้อ Community Enterprise มีโมดูล OCA ทดแทนไหม
ขาย จัดซื้อ สต๊อก CRM ผลิตพื้นฐาน มีครบ มีครบ
บัญชีแยกประเภทและใบแจ้งหนี้ มี มี
กระทบยอดธนาคารอัตโนมัติ / เชื่อมฟีดธนาคาร ไม่มี มี บางส่วน (bank-statement-import)
งบการเงินสำเร็จรูปและเครื่องมือปิดงบ จำกัด มี ได้ดี (mis_builder, account-financial-reporting)
การจัดการสินทรัพย์และค่าเสื่อม ไม่มี มี ได้ (account-financial-tools)
Odoo Studio ไม่มี เฉพาะแพลน Custom ทดแทนยาก
แอปมือถือ iOS / Android ของ Odoo ไม่มี มี ทดแทนยาก
Helpdesk, Field Service, Sign, Marketing Automation ไม่มี มี บางส่วน คุณภาพไม่เท่ากัน
คุณภาพการผลิต ซ่อมบำรุง PLM ไม่มี มี บางส่วน
VoIP และ Document Management ไม่มี มี บางส่วน
บริการอัปเกรดเวอร์ชันจากผู้ผลิต ไม่มี มี ทดแทนไม่ได้
ค่าลิขสิทธิ์รายผู้ใช้ ไม่มี มี

สามบรรทัดที่ทำเครื่องหมายว่าทดแทนยากหรือไม่ได้ คือสิ่งที่ควรใช้ตัดสินใจ ที่เหลือคือเรื่องของการชั่งน้ำหนักระหว่างเวลาและเงิน


OCA: ทางเลือกที่ควรรู้จักก่อนตัดสินใจ

OCA (Odoo Community Association) เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ดูแลโมดูลโอเพนซอร์สหลายพันตัวสำหรับ Odoo ซึ่งช่วยเติมช่องว่างฝั่ง Community ได้จริง

repository ที่ใช้บ่อยที่สุดในบริบทไทย

Repository ช่วยเรื่อง
l10n-thailand ภาษีไทย หัก ณ ที่จ่าย 50 ทวิ รายงานสรรพากร ฟอนต์ไทย
mis-builder รายงานการเงินที่ฝ่ายบัญชีปรับสูตรเองได้
account-financial-reporting งบการเงินและรายงานบัญชี
account-financial-tools สินทรัพย์ ค่าเสื่อม เครื่องมือบัญชี
bank-statement-import นำเข้ารายการเดินบัญชีธนาคาร
server-tools และ web เครื่องมือระบบและปรับปรุงหน้าจอ

ข้อควรรู้ก่อนพึ่ง OCA

เรื่องสัญญาอนุญาต โมดูล OCA ส่วนใหญ่เป็น AGPL-3.0 ซึ่งเข้มกว่า LGPL ที่ตัว Odoo Community ใช้ สาระสำคัญคือถ้าคุณแก้ไขโค้ด AGPL แล้วนำไปให้บริการผ่านเครือข่าย คุณอาจมีหน้าที่เปิดเผยโค้ดที่แก้ไขให้ผู้ใช้บริการ ประเด็นนี้ไม่กระทบธุรกิจที่ใช้ระบบภายในองค์กรตัวเอง แต่ถ้าคุณจะนำไปให้บริการลูกค้าภายนอก ควรให้ฝ่ายกฎหมายดูก่อน

เรื่องความพร้อมตามเวอร์ชัน แต่ละ repo ตามเวอร์ชัน Odoo ใหม่ไม่พร้อมกัน บาง repo ตามช้าหลายเดือน ก่อนตัดสินใจใช้ ให้เช็กว่า branch ของเวอร์ชันที่คุณจะใช้มีโมดูลที่ต้องการครบหรือยัง

เรื่องคุณภาพที่ไม่เท่ากัน โมดูลแต่ละตัวมีผู้ดูแลต่างกัน บางตัวมีคนใช้เยอะและแก้บั๊กเร็ว บางตัวเงียบมาสองปี ต้องคัดเลือกและทดสอบเอง ไม่ใช่ติดตั้งทุกอย่างที่หาเจอ

เรื่องภาระการดูแล ทุกโมดูลที่ติดตั้งคือสิ่งที่ต้องตามอัปเดตตอนขึ้นเวอร์ชัน ยิ่งติดตั้งมาก ค่าอัปเกรดยิ่งแพง


เรื่องต้นทุนที่คนมักคิดผิด

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ “Community ฟรี แปลว่าถูกกว่า” ซึ่งจริงเฉพาะช่องค่าลิขสิทธิ์เท่านั้น ต้นทุนรวมของโครงการ ERP ประกอบด้วยเจ็ดก้อน โดยค่าลิขสิทธิ์เป็นแค่ก้อนเดียว

การเลือก Community แปลว่าคุณย้ายเงินจากช่อง “ค่าลิขสิทธิ์” ไปไว้ที่ช่อง “ค่าพัฒนา” และ “ค่าดูแลระบบ” ไม่ใช่ประหยัดเงินก้อนนั้นไปเฉย ๆ

วิธีคำนวณจุดคุ้มทุนด้วยตัวเอง

ทำสามขั้นนี้แล้วคุณจะได้คำตอบที่ตรงกับธุรกิจคุณจริง ๆ ภายในครึ่งชั่วโมง

ขั้นที่ 1 เขียนรายการฟีเจอร์ที่ ขาดไม่ได้จริง ๆ ออกมา แล้วทำเครื่องหมายว่าอันไหนอยู่ฝั่ง Enterprise ตามตารางด้านบน

ขั้นที่ 2 สำหรับแต่ละอันที่อยู่ฝั่ง Enterprise ให้ประเมินสามทางเลือก

  • มีโมดูล OCA ทดแทนไหม และต้องปรับเท่าไร
  • ถ้าพัฒนาเอง ใช้เวลากี่วันคน
  • ถ้าตัดทิ้ง ธุรกิจเสียหายแค่ไหน

ขั้นที่ 3 เทียบสองตัวเลขนี้ตลอดสามปี

ทางเลือก A (Enterprise)
  = จำนวนผู้ใช้ × ราคาต่ออายุต่อเดือน × 36 เดือน

ทางเลือก B (Community)
  = ค่าพัฒนาส่วนที่ขาด (จ่ายครั้งเดียว)
  + ค่าดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง × 36 เดือน
  + ค่าอัปเกรดเวอร์ชันที่ต้องทำเอง

หลักการที่ใช้ได้จริงเกือบทุกครั้ง

  • ผู้ใช้น้อย แต่ต้องการฟีเจอร์ลึก → Enterprise มักคุ้มกว่า เพราะค่าลิขสิทธิ์คูณจำนวนน้อย
  • ผู้ใช้เยอะ แต่ใช้ฟังก์ชันตื้น → Community มักคุ้มกว่า เพราะค่าลิขสิทธิ์คูณจำนวนมากจนกลายเป็นภาระถาวร
  • ต้องพัฒนาเพิ่มเยอะอยู่แล้วไม่ว่าเลือกอะไร → ส่วนต่างค่าพัฒนาลดลง ทำให้ Community น่าสนใจขึ้น

อ่านเรื่องโครงสร้างค่าใช้จ่ายทั้งเจ็ดก้อนเพิ่มเติมได้ที่ ค่าใช้จ่ายวางระบบ Odoo ในไทย


เรื่องสัญญาอนุญาต ที่ควรเข้าใจก่อนเซ็น

ชุดโค้ด สัญญาอนุญาต ใจความสำคัญ
Odoo Community LGPL v3 ใช้เชิงพาณิชย์ได้ แก้ไขได้ โมดูลที่คุณเขียนเองเก็บเป็นความลับได้
Odoo Enterprise สัญญาอนุญาตเฉพาะของ Odoo ต้องมีสัญญาสมาชิกที่ยังไม่หมดอายุ มีข้อจำกัดการเผยแพร่ต่อ
โมดูล OCA ส่วนใหญ่ AGPL-3.0 เข้มกว่า LGPL มีเงื่อนไขเรื่องการเปิดเผยโค้ดเมื่อให้บริการผ่านเครือข่าย

สิ่งที่ต้องระวังที่สุด คืออย่านำโค้ดฝั่ง Enterprise ไปใช้โดยไม่มีสัญญาสมาชิก และอย่าผสมโค้ดข้ามสัญญาอนุญาตโดยไม่ได้ตรวจสอบ ถ้าคุณจ้างผู้ให้บริการพัฒนาโมดูล ควรระบุในสัญญาให้ชัดว่าโมดูลที่ส่งมอบใช้สัญญาอนุญาตแบบไหน และคุณมีสิทธิ์อะไรบ้างในโค้ดนั้น


เกณฑ์ตัดสินใจแบบใช้ได้จริง

เลือก Community ถ้า

  • ทีมของคุณเน้นงานขาย จัดซื้อ และคลังสินค้าเป็นหลัก ส่วนบัญชีใช้สำนักงานบัญชีภายนอก
  • คุณมีผู้ใช้จำนวนมาก แต่แต่ละคนใช้ฟังก์ชันไม่ซับซ้อน
  • ธุรกิจของคุณมีวิธีทำงานเฉพาะตัวสูง จนต้องพัฒนาเพิ่มอยู่แล้วไม่ว่าจะเลือกเวอร์ชันไหน
  • คุณมีทีมไอทีของตัวเอง หรือมีผู้ให้บริการที่ไว้ใจได้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ระยะยาว
  • ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายรายปีให้คงที่และยอมรับความรับผิดชอบในการดูแลระบบเอง

เลือก Enterprise (แพลน Custom) ถ้า

  • คุณต้องการทำบัญชีครบวงจรในระบบเดียวและปิดงบเองภายในบริษัท
  • ต้องการแอปมือถือให้เซลล์หรือช่างใช้หน้างาน
  • ต้องใช้ Helpdesk, Field Service หรือ Quality และ Maintenance ในการผลิต
  • อยากให้ผู้ใช้ปรับฟอร์มและฟิลด์เองได้ผ่าน Studio โดยไม่ต้องเรียกนักพัฒนาทุกครั้ง
  • ให้ความสำคัญกับการอัปเกรดเวอร์ชันอย่างเป็นทางการ และอยากมีคู่สัญญาที่รับผิดชอบชัดเจน
  • มีหลายนิติบุคคลที่ต้องบริหารในฐานข้อมูลเดียว

เตือนไว้: อย่าเลือก Standard ถ้าคุณอยู่ในไทยและต้องทำภาษีไทย

เพราะติดตั้งโมดูลที่พัฒนาเองไม่ได้ ซึ่งแปลว่าทำ 50 ทวิ รายงานสรรพากร และเอกสารภาษาไทยตามประกาศไม่ได้


ความเสี่ยงที่แต่ละทางไม่ค่อยมีใครพูดถึง

ถ้าเลือก Enterprise — ค่าสมาชิกเป็นค่าใช้จ่ายถาวรที่โตตามจำนวนพนักงาน และถ้าวันหนึ่งหยุดจ่าย คุณจะเข้าถึงฟีเจอร์ฝั่ง Enterprise ไม่ได้อีก ระบบที่สร้างกระบวนการทำงานไว้บน Helpdesk หรือ Field Service จะต้องหาทางออกใหม่ทั้งหมด นี่คือการพึ่งพาที่ต้องยอมรับตั้งแต่ต้น

ถ้าเลือก Community — ภาระการอัปเกรดเป็นของคุณทั้งหมด Odoo ออกเวอร์ชันใหม่เป็นประจำและเวอร์ชันเก่าจะหยุดได้รับแพตช์ในที่สุด ถ้าไม่วางแผนอัปเกรดไว้ตั้งแต่แรก อีกสามถึงห้าปีคุณอาจติดอยู่บนเวอร์ชันเก่าที่ไม่มีใครดูแล ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่จับต้องได้

ทั้งสองทางมีราคาที่ต้องจ่าย ต่างกันที่จ่ายเป็นเงินสม่ำเสมอ หรือจ่ายเป็นภาระทางเทคนิคที่ต้องบริหารเอง


เปลี่ยนจาก Community ไป Enterprise ทีหลังได้ไหม

ได้ครับ เพราะใช้โครงสร้างฐานข้อมูลเดียวกัน แต่มีสามเรื่องที่ต้องเตรียม

  1. โมดูลที่ทำหน้าที่ซ้ำกันต้องถอนออกก่อน เช่น ถ้าคุณติดตั้งโมดูล OCA สำหรับรายงานการเงินไว้ แล้วจะไปใช้ของ Enterprise ต้องวางแผนย้ายข้อมูลและปิดโมดูลเดิม ไม่ใช่ปล่อยให้ทับกัน
  2. โมดูลที่พัฒนาเองอาจชนกับฟีเจอร์ Enterprise โดยเฉพาะถ้าเคยเขียนทับ view หรือ method เดียวกัน
  3. ต้องทดสอบบนระบบสำเนาก่อนเสมอ อย่าทำบนระบบจริง และเผื่อเวลาสำหรับการทดสอบให้เพียงพอ

ในทางกลับกัน การย้ายจาก Enterprise กลับมา Community ยากกว่ามาก เพราะข้อมูลที่ผูกกับฟีเจอร์ฝั่ง Enterprise จะไม่มีที่อยู่ ควรคิดให้รอบก่อนผูกกระบวนการหลักของธุรกิจไว้กับฟีเจอร์เฉพาะของ Enterprise


แล้ว OneBiz ERP อยู่ตรงไหน

สิ่งที่ทั้งสองเวอร์ชันไม่ได้ให้มาเหมือนกันคือ ความพร้อมสำหรับกฎหมายและภาษีไทย ไม่ว่าจะ Community หรือ Enterprise คุณก็ยังต้องตั้งค่าผังบัญชีไทย ปรับใบกำกับภาษีให้ตรงประกาศกรมสรรพากร ทำระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายพร้อมหนังสือรับรอง 50 ทวิ และจัดการฟอนต์ไทยบนเอกสาร เพิ่มเองทั้งหมด

เราจึงพัฒนา OneBiz ERP ขึ้นบนฐาน Odoo โดยเติมส่วนไทยเหล่านี้ไว้ให้แล้ว ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาหลายสัปดาห์กับงานพื้นฐานซ้ำ ๆ และเอาเวลาไปโฟกัสกับกระบวนการเฉพาะของธุรกิจแทน โดยเลือกได้ว่าจะวางบนฐาน Community หรือใช้ร่วมกับสัญญา Enterprise ที่คุณมีอยู่


สรุป

อย่าเลือกจากคำว่า “ฟรี” หรือ “แพง” แต่ให้เลือกจากงานที่ต้องทำจริง และอย่าลืมว่าคำถามที่แท้จริงมีสองชั้น ชั้นแรกคือ Community หรือ Enterprise ชั้นที่สองคือถ้าเลือก Enterprise แล้วต้องเป็นแพลน Custom ไม่ใช่ Standard เพราะงานภาษีไทยต้องติดตั้งโมดูลที่พัฒนาเอง

วิธีที่เร็วที่สุดคือทำรายการฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ออกมา เช็กว่าอันไหนอยู่ฝั่ง Enterprise แล้วเทียบค่าพัฒนาส่วนที่ขาดกับค่าสมาชิกตลอดสามปี ตัวเลขจะบอกคำตอบเอง

ถ้าอยากให้เราช่วยทำตารางเปรียบเทียบตามบริบทธุรกิจคุณโดยเฉพาะ ทักมาคุยกันได้ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็เห็นภาพแล้ว หรืออ่านต่อเรื่อง ตั้งค่า Odoo ให้รองรับภาษีไทย เพื่อดูว่างานฝั่งไทยที่ต้องทำเพิ่มมีอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

Odoo Community ใช้ทำบัญชีบริษัทได้ไหม?

ได้ในระดับหนึ่ง Community มีบัญชีแยกประเภท ใบแจ้งหนี้ และภาษีพื้นฐาน แต่ฟีเจอร์อย่างการกระทบยอดธนาคารอัตโนมัติ งบการเงินสำเร็จรูป และเครื่องมือปิดงบขั้นสูงอยู่ใน Enterprise หากใช้ Community ต้องเสริมด้วยโมดูลจาก OCA เช่น mis_builder และ account-financial-reporting หรือพัฒนาเพิ่ม

เปลี่ยนจาก Community เป็น Enterprise ทีหลังได้ไหม?

ได้ครับ ข้อมูลใช้โครงสร้างเดียวกัน การเปลี่ยนทำได้โดยติดตั้งชุดโมดูล Enterprise ทับ แต่ต้องตรวจสอบว่าโมดูลที่พัฒนาเพิ่มไว้ไม่ชนกับฟีเจอร์ Enterprise โดยเฉพาะโมดูล OCA ที่ทำหน้าที่ทดแทนฟีเจอร์เดียวกัน ซึ่งมักต้องถอนออกก่อน และควรทดสอบบนระบบสำเนาเสมอ

ใช้ Community แล้วผิดกฎหมายไหม?

ไม่ผิดครับ Odoo Community เผยแพร่ภายใต้ LGPL v3 ซึ่งอนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ข้อควรระวังคืออย่านำโค้ดฝั่ง Enterprise มาใช้โดยไม่มีสัญญาสมาชิก เพราะส่วนนั้นเป็นซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่มีสัญญาอนุญาตแยกต่างหาก

แพลน Standard กับ Custom ต่างกันอย่างไร?

ต่างกันที่ Standard ไม่มี Odoo Studio ไม่มี multi-company ไม่มี external API และลงโมดูลที่พัฒนาเองไม่ได้ ส่วน Custom มีครบและเลือกโฮสต์บน Odoo.sh หรือ on-premise ได้ ธุรกิจไทยที่ต้องปรับระบบภาษีและเอกสารไทยเกือบทั้งหมดต้องใช้ Custom ไม่ใช่ Standard ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ตั้งงบพลาดบ่อยมาก

โมดูล OCA ใช้แทน Enterprise ได้ทั้งหมดเลยไหม?

ไม่ทั้งหมดครับ OCA ทดแทนได้ดีในกลุ่มรายงานการเงิน การจัดการสินทรัพย์ และเครื่องมือบัญชี แต่ส่วนที่ทดแทนได้ยากคือ Odoo Studio แอปมือถือของ Odoo และบริการอัปเกรดเวอร์ชันอย่างเป็นทางการ อีกทั้งโมดูล OCA ส่วนใหญ่เป็น AGPL-3.0 ซึ่งมีเงื่อนไขต่างจาก LGPL ควรให้ฝ่ายกฎหมายดูถ้าจะพัฒนาต่อยอดแล้วนำไปให้บริการภายนอก

#odoo community#odoo enterprise#odoo ราคา#เปรียบเทียบ odoo#odoo studio#oca
ทีมงาน Come & Cure Consultant

ทีมที่ปรึกษาและนักพัฒนา Odoo ของ บริษัท คัม แอนด์ เคอร์ คอนซัลแทนท์ จำกัด เราวางระบบ ERP ให้ธุรกิจไทยหลายอุตสาหกรรม และเขียนบทความเหล่านี้จากปัญหาที่เจอหน้างานจริง

คุยกับทีมงาน
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นวันนี้

คุยกับผู้เชี่ยวชาญ Odoo ก่อนตัดสินใจ

ให้เราช่วยประเมินว่าธุรกิจคุณเหมาะกับ Odoo หรือไม่ ต้องใช้โมดูลไหน และงบประมาณคร่าว ๆ เท่าไร — ปรึกษาครั้งแรกไม่มีค่าใช้จ่าย